วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

สิ้นสุดเพื่อเริ่มต้น

ทำไมต้อง สิ้นสุดเพื่อเริ่มต้น?

เพราะว่า..

ตอนนี้ชีวิตปอก็เป็นช่วงสุดท้ายในชีวิตมหาลัย
เมื่อวันศุกร์ที่เพิ่งผ่านมาก็เพิ่งไปงาน ByeNior มา
ทำให้ตระหนักรู้ได้อย่างชัดเจนว่า......เรานี่ก็แก่จริงๆ แล้วนะ -*-
แล้วเมื่อจบชีวิตในมหาลัยแล้ว (ซึ่งก็แน่นอนว่า ย้อนกลับมาอีกไม่ได้)
ก็จะเข้าสู้ช่วงชีวิตของการทำงาน ชีวิตที่ต้องเอาจริง
คงจะมานั่งเล่นๆ กินๆ นอนๆ แบบที่เคยทำอยู่นี่ไม่ได้แล้ว

ถ้าลองคิดถึงช่วงชีวิตในมหาลัย ปอก็จะอดเสียดายไม่ได้
ว่าใช้เวลาในช่วงเดียวของชีวิตนี้ได้ไม่คุ้มเอาซะเลยจริงๆ
แทบไม่ได้ทำกิจกรรม แทบไม่ได้อยู่กับเพื่อน
ไม่อยากจะโทษว่าเป็นความผิดของใคร เพราะอย่างไรชีวิตเรา เราก็เลือกเอง
เลือกผิดเลือกถูกไปบ้าง ก็ต้องยอมรับการตัดสินใจของตัวเอง
(ถึงแม้ลึกๆ จะอยากประท้วงก็ตามเถอะ)


อย่างที่บอกว่าเมื่อวันศุกร์ไปงานบายเนียร์มาค่ะ (Good Bye Senior)
ชุดก็เดินซื้อเอาลวกๆ กับเพื่อนเมื่อวันจันทร์ ที่ตะวันนา้ิเอง
Concept คือการแต่งตัวให้เข้ากันเป็นกลุ่ม
ตอนแรกก็ไม่รู้จะแต่งอะไรกัน พอดีว่าพิมเลือกเสื้อได้เป็นคนแรก แล้วเป็นเสื้อสีเทา
ทุกคนหลังจากนั้นเลยต้องใส่สีเทาโดยปริยาย - - "

ตอนบ่ายก็ไปร้าน ให้เขาสระไดร์ซะหน่อย 
ไม่อยากม้วนผม เพราะสาวๆ ทำผมออกงานก็ชอบม้วนผมกัน
(แหะๆ ความจริงคือไม่มั่นใจว่าม้วนออกมาแล้วจะสวยไหม?
แต่ตอนปี 1 งานบายเนียร์ก็ม้วนผมไปนะ ไว้จะค้นรูปเอามาลงประจานตัวเองให้ดู)
ตลอด 4 ปี เคยไปบายเนียร์แต่ 2 ครั้ง ครั้งแรกคือตอนปี 1 
และอีกครั้ง ก็คือครั้งนี้นี่แหละ

เสร็จแล้วก็มานั่งแต่งหน้าเอง
ออกมาได้ Smoky Eye แบบ อ่อนมากๆ พอถ่ายรูปออกมานี่ดูหน้าจืดไปเลย
พอดูรูปก็ได้บทเรียนว่า ไปงานกลางคืนอย่างนี้ ไม่ต้องออมมือนักก็ได้
เพราะตาก็กรีดไปบางมาก สีแก้มก็ไม่เห็นเลย
ขนตาปลอมก็ไม่ได้ติด  (ทั้งที่ซื้อกาวติดมาแล้ว) ที่แย่คือลืมเขียนคิ้วด้วย -*-

งานจัดที่สมาคมแพทยสภาฯ นัดกับเบสที่สถานีใต้ดินเพชรบุรึตอน 6 โมงครึ่ง
เราเองก็ไปก่อนเวลา กว่าคุณชายจะมาจริง ดิชั้นก็รอไปค่ะ ครึ่งชม.!
รู้งี้นั่งปัดขนตาต่อก็ดี.....


มาดูรูปกันบ้าง 

ออกตัวไว้เลยว่าฝีมือถ่ายรูปยังห่วยมาก
และแสงไฟในงานก็ไม่ค่อยมีเลยค่ะ รูปเบลอเยอะ
ไม่ได้ปรับค่าโฟกัส ค่า ISO ค่าอะไรทั้งนั้น (เพราะคนที่ปรับเป็นไม่อยู่!)


ป้ายชื่องานตรงเวทีค่ะ
Photobucket

ยินดีต้อนรับเข้างานค่ะ
(ทั้ง Crop ทั้งแต่งแสง แต่งสี ปรับความสว่าง ความคมชัด รูปเดิมมันไม่ไหวจริงๆ อะ
ความจริงปอไม่ชอบแต่งรูปเท่าไหร่นะ อยากถ่ายออกมาให้ดูดีตั้งแต่แรกเลยมากกว่า)
หมวกนั่นก็เอาของทรายมาถือเล่น 55+
Photobucket

สี่คนนี้น้องๆ หลานๆ ปอเองค่า
น่ารักเนอะ มีของขวัญใส่กล่องมาให้ด้วย
ข้างในเป็นตุ้มหู กับกำไลมุก น่ารัก + เก๋ มากๆ ชอบมากๆเลย ^^
(สองคนที่ยืน แอบแสบค่ะ บอกปอไว้ล่วงหน้าว่ามาไม่ได้นะ แล้วอยู่ดีๆ ก็โผล่มา Surprise ซะงั้นน่ะ)
รูปนี้ตั้งใจ Process ให้กล่องของขวัญมันดูเด่นออกมานะคะ พอดูออกกันไหม?Photobucket

สี่สาวอีกซักรูปน๊า เรียงตามความสวย เอ้ย! ตามชั้นปีจ้า
ยายปอ .. ป้าน้ำ .. พี่เบญ .. และน้องกี๋ หลานสาวสุดบ้าจี้คนสุดท้อง
ครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่สายเรามีแต่สาวๆๆๆ แถมมากันครบด้วย ^^
(ดูท่าดิชั้นซะก่อนค่ะ เรื่องแอ๊บเนี่ยถนัด)Photobucket

กับสาวๆ แก็งค์หมวกค่ะ (ถ่ายไม่ครบอ่ะ หายไปไหนหมด)
คุณนิส สาวมุสลิม ผู้ซึ่งผ่านอุปสรรค และความยากลำบากในการทำโปรเจคมาด้วยกัน
ซึ้งใจจริงๆ T_T ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ได้Photobucket

แก๊งค์ปอเอง.....ภาพนี้ดูรักกั๊นนน รักกันเนอะ ชอบอ่ะ  (ขาดเอมไป 1 คน)
เพราะเพื่อนบางคนก็ไม่ได้เจอหน้ากันมานาน ต่างคนต่างทำโปรเจคของตัวเอง
Photobucket

รูปหมู่อีกสักรูป รูปนี้ครบเลย
พิม .. อาืท .. ฝน .. เอม .. เพชร .. ปอ
Photobucket

รูปปฎิมากรรมลิงสีแดง
คุณท้อป ที่ได้ข่าวว่าเกือบได้้แจ้งเกิดในวงการบันเทิงไปหลายรอบแล้ว (แล้วตกลงเกิดยังอะ?)Photobucket

อีกสักครั้งกับน้องรหัสสุดเลิฟฟฟ
จ๊วบๆๆๆๆ...... ถึงกับรูปเบลอเลยนะเนี่ยยยPhotobucket

เป็นน้องรหัสที่โจ๊ะมาก แรกๆ ที่ได้มาเป็นน้องรหัส 
ก็รู้สึกว่ายังไม่ค่อย Click กันเท่าไหร่ เพราะน้องเขาจะโจ๊ะๆ ไม่ได้เรียบร้อยอ่อนหวาน
แต่คบไปคบมาชักมันส์ในความตรงๆ แล้วก็จริงใจของน้องน้ำ (ซึ้งมั้ยๆ)
หลังจากนี้ก็ไม่ค่อยได้เจอแกแล้วสินะ ดูแลตัวเองดีๆ ด้วยล่ะ หัดไปเรียนซะมั่ง จะจบแล้ว



หลังจากนั้นก็ไปต่อกันที่ Molly Bar RCA
ซึ่งบอกเลยว่าเกิดมาก็เพิ่งเคยไปผับนี่แหละ ตื่นตาตื่นใจ
ตอนแรกไม่กะไปหรอก แต่ไหนๆ จ่ายเงินไปละ ก็เลยเอาซะหน่อย
ปรากฎว่า...สนุกดีเหมือนกันแฮะ ไปฟังเพลง ไปเต้น (เราไม่ได้ดื่มนะ)
ทั้งร้านก็มีแต่เพื่อนๆ กันทั้งนั้น (แต่คุณลุงแอบงอนล่ะ เพราะไม่ได้บอกไว้ก่อน)

พอเลิกงานก็กลับมาที่บ้านกิ๊บ รอพ่อมารับกลับบ้านอีกที
(คุณหนูไหมล่ะ จะไปผับคุณพ่อก็ยังมารับไปนอนบ้านนะค๊าาาา)



แปะเพลงซักหน่อย พอดีใน Molly Bar เขาเล่นเพลงนี้่อ่ะ ฟังแล้วน่ารักจัง






โอย.... ไม่ไหวแล้วค่ะ กว่าจะอัพเสร็จปาไปตีสองครึ่ง
ลากันไปง่ายๆ แบบนี้แหละ

หลับฝันดีน๊าาา....

วันอังคารที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2552

เพื่อความสวัสดีของชีวิต

เมื่อวานข้าพเจ้าไปห้องสมุดไอทีกับคุณกิ๊บเลยเจอเข้ากับหนังสือเล่มนี้



แล้วเช้านี้ก็เอามานั่งอ่านเรียบร้อย... ท่าน ว. บอกว่า การเริ่มสร้างชีวิตคู่ก็เหมือนสร้างเมืองใหม่
และหลักการที่เรากำลังจะกล่าวถึงนั้น ก็เป็นหลักในการดำเนินชีวิตคู่ให้มั่นคง

นอกจากเอามาใช้ในเรื่องชีวิตคู่ แต่เราสามารถนำมาปรับเป็นหลักในการดำเนินชีวิตได้ทั่วไป
และเหมาะมาก สำหรับอ่านในช่วงปีใหม่นี้ เพื่อที่ตลอดปีจะได้มีแต่เรื่องดีๆ นั่นเอง



หลังจากอ่านบทความนี้แล้วก็ลองมาคิดดูว่าเราขาดธรรมะในข้อไหนบ้าง และลองพัฒนาตัวเองจนทำได้ครบทุกข้อ แค่นี้ ทุกคนก็สามารถมี "ความสวัสดีของชีวิต" ได้ไม่ยากเลยเนอะ


กลับมาที่เรื่องชีวิตคู่อีกนิด ท่าน ว. ว่า หากเราลอง Check ดูว่าคู่ของเรามันขาดข้อไหน
เช่น แค่ธรรมะข้อแรก "สิ่งที่เธอควรมี สติปัญญา" ถ้าแค่ข้อแรกนี้ก็ไม่มีเสียแล้ว แค่นี้ชีวิตคู่ก็อาจมีปัญหาแล้วล่ะ แต่ให้มองในแง่ดี ก็คือถ้าเรารู้ว่าข้อไหนขาด ก็เติมเต็มกันได้ไม่ยากนัก หากคู่ของเราไม่หัวแข็งจนเกินไป การทำอะไรๆ เพื่อให้ได้คู่กัน ก็คงไม่ยากเกินไปหรอก

วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2552

เจิม

ยัยเจิมนี่เป็นใคร?

อ๊ะ..ไม่ใช่ หมายถึง Entry แรกอย่างเป็นทางการตั้งแต่ตั้ง Blog ต่างหาก

วันนี้ดีกว่านั่งเปื่อยอยู่บ้านหน่อยหนึ่ง เนื่องจากออกไปทำงานที่บ้านคุณกิ๊บมา
นั่งช่วยงานได้ไม่เท่าร่ก็หลับซะงั้น.... ก็มันง่วงนี่หว่า

แล้วคุณลุงก็มารับ ไปกินเตี๋ยวร้านประจำกัน
ลุงที่ร้านก็อารมณ์ดีจัด วันนี้ชวนคุยซะด้วย
กินเสร็จเดินออกมา อ้าว เจอแนท-เอิร์ท เพื่อนเก่าสมัยข้าพเจ้ายังสาว
ไม่ได้เจอแนทมานานมาก แต่เรื่องมันตลกตรงที่ เรารู้จักแนทตอนเรียนม.ปลาย
แล้วก็แยกย้ายกันไป ปรากฎว่า แนทก็ไปเจอกิ๊บตอนฝึกงานที่ดีแทค
ซึ่งกิ๊บก็เป็นเพื่อนในห้องของเราตอนเรียนมหาลัยอีกที โลกกลมมากกก....

ก็ทักทายกันนิดนึงตามประสา
เสร็จเดินออกมาเม้าท์กับคณลุงว่า สองคนนี้เขาคบกันนานจริงๆ
คบกันตั้งแต่เรายังคบกับแฟนคนก่อนหน้าโน้นนน....
ซึ่งตอนนี้ก็เปลี่ยนแฟนมาสองหนละ เหอๆ (แต่เขายังคบกันอยู่เลย)

ตอนแรกๆ ที่มาเจอลุงเราอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ อาจเพราะอยู่บ้านมากไปเลยเปื่อย
งานก็คิดไม่ค่อยออก จะทำอะไรก็ติดขัดไปหมด แต่พอลุงมาชวนคุย
ลุงบอกว่าให้เรา "ปล่อยวาง" คิดแต่เรื่องที่จำเป็นจริงๆ ก็พอ
มานั่งคิดดูมันก็จริงแหละ อยากเลิกเหมือนกันนิสัยเก็บทุกอย่างบนโลกใบนี้มาคิดเนี่ย...

เรามีบันทึกอยู่เล่มนึงนะ ตั้งใจจะเขียนแต่เรื่องดีๆ เท่านั้น เรียกมันว่า "บันทึกคิด+"
แต่มาพักหลังๆ ก็ไม่ได้เขียนแต่เรื่อง++ เขียนมันลงไปหมดทุกอย่างเหมือน Diary ทั่วไป

เอาวะ แต่อย่างน้อยทุกวันนี้ก็ยังกินอิ่มนอนหลับ แฟนก็ยังน่ารักเหมือนเดิม
อย่างนี้น่าจะพอเป็นเรื่องคิด+ ได้เนอะ :)

Sweet Dream นะทุกคน